English Thai
Untitled Document
 The rise of social media
Home >
รถยนต์ของคุณได้รับการหล่อลื่นแค่ไหน
(  2010-01-08  )

รถยนต์ของคุณได้รับการหล่อลื่นแค่ไหน
Check your lubrication system

     สำหรับการบำรุงรักษารถยนต์ที่ซื้อหามานานของท่าน อย่างหนึ่งที่ไม่ควรละเลยความใส่ใจก็คือระบบหล่อลื่นภายในรถยนต์ อย่าลืมว่าชิ้นส่วนรถยนต์นั้นประกอบไปด้วยโลหะ ดังนั้นสิ่งที่ทำให้โลหะเคลื่อนไหวได้อย่างราบรื่นก็น่าจะเป็นบรรดาน้ำมันหล่อลื่นทั้งหลายนั่นเอง



รายการน้ำมันหล่อลื่นภายในเครื่องยนต์ที่ท่านควรใส่ใจ


1.น้ำมันเครื่อง – คนส่วนใหญ่จะละเลยปล่อยให้เลยระยะเวลาในการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง แต่ว่าถ้าคุณกำลังวางแผนที่จะท่องเที่ยว หรือขับรถระยะไกล ๆ แล้วก็อย่าลืมไปเปลี่ยนน้ำมันเครื่องที่ใกล้หมดอายุของคุณก่อน ถ้าคุณจำไม่ได้ว่าครั้งสุดท้ายที่คุณเปลี่ยนน้ำมันเครื่องนั้นผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว คุณก็สามารถเช็คได้จากปริมาณของน้ำมันเครื่องที่เหลืออยู่ด้านหน้ารถ โดยดึงออกมา เช็ดแท่งเช็คก่อนหลังจากนั้นก็สวมเข้าไปใหม่อีกครั้งก่อนตรวจสอบปริมาณ ถ้ายังอยู่ใกล้ระดับที่เต็ม หรือ FULL ก็ใช้ได้ ที่สำคัญต้องดูสภาพของน้ำมันด้วยว่าเหนียวหรือกลายเป็นสีดำหรือไม่ เพราะน้ำมันเครื่องที่มีความหนืดสูง จะทำให้เครื่องยนต์ถูกใช้งานอย่างหนัก นอกจากนั้นเมื่อน้ำมันเครื่องหมดประสิทธิภาพการหล่อลื่นเครื่องยนต์อาจะชาร์ปละลาย หรือเกิดผลเสียอย่างอื่นกับส่วนอื่น ๆของเครื่องยนต์ ดังนั้นอย่าลืม อย่าเสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่ายเลย

2.น้ำมันเบรค –
เครื่องยนต์ของคุณเคลื่อนไหวได้อย่างลื่นไหลก็เพราะว่าน้ำมันหล่อลื่นที่ไหลอยู่ภายในตัวเครื่องยนต์นั่นเอง ดังนั้นไม่เฉพาะน้ำมันเครื่องเท่านั้น ที่คุณจะต้องเช็ค แต่รวมไปถึงน้ำมันเกียร์และน้ำมันเบรคด้วยเช่นกัน

      ระบบเบรค เวลาที่เราเหยียบเบรคนั้นความร้อนที่เกิดจากการเสียดสีของผ้าเบรคกับล้อจะถ่ายเทผ่านก้านดันและเข้าสู่ลูกสูบและน้ำมันเบรค ดังนั้นการเบรคอย่างกระทันหันภายใต้ความเร็วสูงๆ ความร้อนจะถ่ายเทสู่น้ำมันเบรคซึ่งจุดนี้เมื่อน้ำมันเบรคระเหยกลายเป็นไอ ซึ่งปกติแล้วก็จะคืนตัวกลายเป็นของเหลวทันทีที่ระบายความร้อนออกไปได้ ซึ่งถ้าน้ำมันเบรคน้อย ก็จะทำให้ไม่มีแรงดันไปหยุดการทำงานของลูกสูบ ทำให้รถเบรคไม่อยู่ได้ นอกจากนั้นน้ำมันเบรคที่ใช้ไปนาน ๆ ก็จะทำให้จุดเดือดของน้ำมันเบรคต่ำลง ระเหยกลายเป็นไอได้ง่าย ทำให้การเบรคกระทันหันของคุณไม่ค่อยจะมีประสิทธิภาพ

      ในระหว่างทางที่คุณขับรถ ถ้าเกิดอาการที่ไฟเบรคขึ้นเตือน หรือเบรคจมบ่อย ๆ ก็หาอู่แถว ๆ นั้นเช็คได้เลย อย่าวางใจขับต่อไป โดยไม่สนใจเลยครับ อันตรายต่อทั้งคณะคุณ และคนรอบข้างครับ

3. น้ำมันเกียร์ – เกียร์เป็นอุปกรณ์ที่ถูกใช้งานมากที่สุดในการขับขี่ของเรา ไม่ว่าจะเป็นเกียร์ออโต้ หรือเกียร์ธรรมดา  เพราะในเกียร์จะมีแผ่นคลัชหลายชิ้น ซึ่งเป็นคาร์บอน เมื่อกลายเป็นผลก็จะทำให้เกียร์สกปรกและเสื่อมสภาพ ดังนั้นการดูแลรักษาจะต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ให้ถูกต้องและตรงเวลา นอกจากนั้นก็ควรจะมีการล้างไส้กรอกภายในห้องเกียร์ด้วย วิธีสังเกตุว่าถึงเวลาเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ ก้คือเวลาเปลี่ยนเกียร์ เครื่องจะกระตุก กระชากไม่ค่อยนิ่มนวล ซึ่งจุดนี้จะเป็นเฉพาะกับเกียร์ออโต้เท่านั้น ถ้าเกียร์ธรรมดาก็สามารถดูจากสีของน้ำมันเกียร์ว่าดำหรือไม่ โดยไม้วัดน้ำมันเกียร์จะอยู่บริเวณหน้ารถ ซึ่งแตกต่างไปในแต่ละรุ่น ถ้าจะให้ดีก็ควรจะดูจากหนังสือคู่มือรถของคุณจะดีที่สุด

4.น้ำมันพวงมาลัยพาวเวอร์ - เป็นน้ำมันที่ใครหลายๆ คนปล่อยปละละเลย เพราะไม่เห็นความสำคัญหรือคิดว่ามันก็เหมือน ๆ กับน้ำมันเครื่องทั่ว ๆ ไป แต่จริงๆ แล้วน้ำมันพวงมาลัยนี้มักจะไม่มีจุดระบายออก มีแต่การเติมลงไป เมื่อระดับพร่องลง ไม่มีการถ่ายทิ้ง ดังนั้นเพื่อให้พวงมาลัยของท่านหมุนได้อย่างคล่องตัวก็ไปหาซื้อมาติดไว้ในบ้าน เพื่อเติมบ้างเมื่อพร่อง แต่ทางที่ดี เมื่อครบระยะ 40,000 กิโลเมตรก็ควรที่จะไปเปลี่ยนที่อู่บ้าง เพราะว่าจะทำให้รักษาอายุการใช้งานของพวงมาลัยยาวนานขึ้น