English Thai
Untitled Document
 The rise of social media
“นกฮูกดีไซน์” คิดนอกกรอบ แต่ไม่ออกนอกรีต
(  2009-10-14  )

“นกฮูกดีไซน์” คิดนอกกรอบ แต่ไม่ออกนอกรีต
     1*    4*   7*  
     2*    5*   8*
     3*    6*   9*

     บางคนอาจจะคิดหาทางออกสารพัดวิธี ที่จะพยายามลากเส้นผ่าน จุด 9 จุด โดยห้ามยกมือหรือยกปากกา... โดยลืมไปว่าโจทย์ข้อนี้ ไม่ได้ระบุว่า ห้ามลากเกินกรอบ ฉะนั้นคุณจะลากจากไหนก็ได้ บางครั้ง คนเรามักสร้างกรอบให้กับตัวเองโดยไม่รู้ตัวเหมือนกัน แต่สำหรับงานของ นกฮูกดีไซน์ กลับนำ เอางานกราฟิกดีไซน์ที่มีความคิดสร้างสรรค์นอกกรอบ มาหลอมรวมกับวัฒนธรรมท้องถิ่นของเชียงใหม่ได้อย่างลงตัว




     จุดเริ่มต้นของคนทำงานดีไซน์

     “เรามีกันสองคนครับ คือผมกับหุ้นส่วน ผมชื่อ อนุกูล เหมาลา เรียกว่า แก๊งค์ ก็ได้ ผมจะเป็นดีไซเนอร์ ส่วนอีกคน จะคอยจัดการเรื่องบัญชีกับเรื่องอื่นๆ ธุรกิจของเราก็เป็นสตูดิโอเล็กๆ ที่ออกแบบงานกราฟิก สิ่งพิมพ์ ภาพประกอบ ปกหนังสือ ของเล่น เว็บไซต์ สินค้าต่างๆ และเป็นร้านขายศิลปะกับเสื้อยืดที่สกรีนด้วยมือครับ

       จุดเริ่มต้นของนกฮูกดีไซน์มาจากเราสองคนเริ่มจากการขายเสื้อยืด 50 ตัว ที่ถนนคนเดินครับ แล้วพอขายได้ เลยอยากมีเว็บของตัวเอง ลองทำเว็บไปแปะใน Yahoo พอมีตังค์หน่อย ก็ไปจดโดเมน เป็นการเริ่มต้นจากการตั้งชื่อเว็บล้วนๆ เลย
         ส่วน นกฮูก เป็นชื่อรุ่นสถาปัตยกรรมที่เทคโนฯ พายัพ ผมเรียนปวส. ที่นี่ครับ แล้วถึงไปเรียนต่อที่ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง มันก็เลยใช้เป็นชื่ออีเมลก่อน กับนามปากกาช่วงแรกๆ ของการเขียนเรื่องสั้น แล้วก็ไม่มีอะไรมากกว่านี้ครับ หลังๆ พอทำเว็บเพื่อเป็นพอร์ตงานกับขายเสื้อยืดลายแรกๆ มันไม่รู้จะเปลี่ยนเป็นอะไร หาชื่อโดเมนที่ยังไม่มีคนจด ก็เลยเอาชื่อนี้ แต่เติมท้ายให้หน่อยให้เฉพาะทางขึ้น กลายเป็น นกฮูกดีไซน์ อย่างที่เป็นอยู่ปัจจุบันนี้ครับ”

         ความเป็นตัวตนของงานสไตล์นกฮูกดีไซน์ 

     “ผมหยิบจับเอาวัฒนธรรมล้านนา กับคอมพิวเตอร์กราฟิกครับมาอยู่รวมกัน การเลือกใช้คู่สีแบบโบราณ งานส่วนใหญ่มักเกี่ยวกับชีวิต และสังคมเมืองเชียงใหม่ในอีกมุมมองหนึ่ง เป็นงานที่ไม่ค่อยมีใครอยากเอามาทำ เพราะคนยังมองว่ามันไม่ป๊อป ไม่ทันสมัย และจุดขายก็คงเป็นเพราะสินค้าที่ผลิตได้จำนวนน้อย”

        ทำงานให้ตัวเองพอใจก่อน 

     “งานของนกฮูกจะไม่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นระดับอายุคน หรือเชื้อชาตินะครับ เราไม่ได้โฟกัสไปที่รายละเอียดขนาดนั้น เราทำงานเพื่อให้เราพอใจก่อน ที่เหลือเป็นเรื่องของคนอื่นว่าจะเข้าใจมันไหม ซึ่งบางคนก็เข้าใจ บางคนก็เดินหนี กลุ่มเป้าหมายเราก็เลยต้องเข้าใจงานแบบเรา สิ่งที่เราทำมาก่อน และก็เลือกงานแบบเราเพื่อไปเป็นส่วนหนึ่งในธุรกิจเขามากกว่า”

     บางทีเงินทุนก็ไม่เข้าทางความอยาก

     “เป็นธุรกิจที่ต้องค่อยๆ ทำไปครับ เป็นการทำงานโดยไม่รู้ว่าผลตอบรับว่าจะเป็นอย่างไร และเงินทุนสำหรับต่อยอดมันไม่สัมพันธ์กับแนวคิดบางอย่างที่อยากทำในอนาคตนัก ส่วนอุปสรรคแบบจริงจังที่ยังแก้ไม่ได้ก็คือความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันกับบางองค์กร เช่นภาครัฐในท้องถิ่น ที่มองงานประเภทที่มาจากคอมพิวเตอร์ว่าไม่ใช่งานศิลปะ ไม่มีความเป็นล้านนา “

      สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเมื่อ ดีไซน์สินค้าออกมาขายสักหนึ่งคอลเล็กชั่น

     “สิ่งสำคัญคือเราชอบก่อน เราใช้ก่อน แล้วจึงมองหาว่าเราผลิตได้แค่ไหน ก็ยังไม่ค่อยรู้เรื่องการทำธุรกิจหรอก ส่วนใหญ่ของที่ร้าน และงานออกแบบ ก็เอาใจชอบของเรานำมาก่อน”

      ตลาดของดีไซน์เนอร์ไทย

     “ ดีขึ้นนะ เรามองกันอย่างแคบ เอาเฉพาะที่ตัวเองถนัด คือมองสาขางานกราฟิกเป็นหลักก่อน อย่างน้อยสื่อหลายสื่อก็นำกราฟิกไปใช้ในงานมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนแล้ว มีงานหลายชิ้นที่แหวกขนบเดิม เป็นงานทดลองใหม่ๆ ที่คนส่วนใหญ่ยอมรับ ไม่ว่าจะเป็นหน้าปกหนังสือ งานภาพประกอบ งานตกแต่งภายในที่เอางานกราฟิกเป็นส่วนหนึ่ง และปัจจุบันก็มีหลากหลายเทคนิคมากขึ้น วิทยาการ และเทคโนโลยีก็ทันสมัยขึ้น ลูกค้ารู้จัก และติดต่อเราโดยตรงผ่านทางเทคโนโลยีอย่างอินเตอร์เน็ต ซึ่งมันไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านก็ได้ ซึ่งฝรั่งก็มองงานทางเอเชียเป็นสิ่งใหม่ ผิดกับผู้ใหญ่บ้านเราที่ยังมองไม่เห็นความสำคัญตรงนี้”

      คู่แข่งทางการค้า

     “ไม่มีครับ และผมไม่ได้มองใครเป็นคู่แข่ง เพราะเราอยู่ตรงกลางระหว่างความเก่าของวัฒนธรรมท้องถิ่นและเทคโนโลยี ถ้ามีจะดีใจมาก เหมือนมีเพื่อนมาช่วยกันทำมันให้มีค่าขึ้น เรายืนอยู่บนรากเหง้าของเราเอง ความเชื่อในตัวตนของเรา ใจจริงอยากให้ทุกคนเอาวัฒนธรรมท้องถิ่น หรือความเชื่อของล้านนาเรามาประยุกต์เป็นงานศิลปะ ให้ทันสมัยขึ้น ตอนนี้ ยังน้อยครับ เพราะผลตอบแทนทางธุรกิจ มันไม่เท่ากับการขาย ให้ได้จำนวนเยอะๆ ซึ่งบ้านเราเก่งด้านฝีมือ แต่ด้านการคิดค้นสิ่งใหม่ๆ เราไม่กล้าเสี่ยง”

     การทำธุรกิจดีไซน์ต้องร่วมกับกลุ่มใดบ้าง

    “รวมกับกลุ่มวิชาชีพเดียวกันก่อน เพราะแต่ละกลุ่มก็มีแนวทางการทำงานต่างกัน แต่เป็นเพื่อนกันได้ เวลาทำงานอะไรจะได้เป็นก้อนใหญ่ อันนี้เราไม่ได้มองในแง่ธุรกิจนะ มองในแง่สังคม ช่วยเหลือกันเมื่อเกิดปัญหา กลับไปสู่จุดเริ่มของสังคมก็คือเป็นเพื่อนกันก่อน แล้วค่อยพัฒนาไปทางภาคธุรกิจ”

     สำหรับคนที่อยากมีธุรกิจดีไซน์เป็นของตัวเอง 

     “น่าจะต้องไปเรียนรู้ระบบก่อนนะ ไปอยู่ในองค์กรสักองค์กรก่อน ไปรู้ขั้นตอนก่อน แล้วเอาข้อดีข้อเสียมาปรับปรุงงานของเรา ธุรกิจของเรา อย่าเพิ่งอยากออกมาอิสระ เพราะอิสระไม่ได้แปลว่าไม่รู้ระบบ เพราะคนเราไม่ได้ทำงานคนเดียวบนโลกนี้ ยังไงเราก็ยังต้องติดต่อกับคนอื่น แล้วถ้าไม่รู้ระบบอะไรเลย แต่คิดว่าเราจะแหกระบบ แล้วเราจะแหกจากอะไร ที่เหลือก็เป็นเรื่องการศึกษาว่าจะทำอะไร กับใคร เพื่อใคร ซึ่งคงต้องเจาะลึกกันเอาเองตามสายงานที่เราเลือกจะทำธุรกิจ”
   
   วางแผนธุรกิจในอนาคต

     “เราไม่ได้วางไว้เป็นจริงเป็นจัง คิดว่าทำปัจจุบันก่อนเพราะยังไม่คิดขยายอะไรใดๆ พยายามคิดงานออกมาสม่ำเสมอ ทำงานเล็กๆ ออกมาให้ดี ตอบแทนสังคมบ้างเท่าที่ทำได้ อนาคตเป็นอีกเรื่องที่คาดเดาไม่ได้ครับ”
 
    ทำงานทุกชิ้นเสมือนเป็นงานสุดท้ายในชีวิต

     “จะพูดว่าประสบความสำเร็จก็ฟังดูใหญ่โตเกินไป เอาแค่รักษาจรรยาบรรณวิชาชีพไว้ให้แน่น เป็นตัวของตัวเองอย่าไปตามใครมาก พัฒนางานตัวเองไป และทำงานทุกชิ้น ไม่ว่าจะเป็นงานของใครก็ตาม เสมือนเป็นงานสุดท้ายในชีวิตของเราครับ”

     ผลงานทั้งหมดของนกฮูกดีไซน์ www.nokhookdesign.com หรือ Nokhookdesign shop 50 Ratchamanka Rd., Soi 6, T. Prasingh, A. Muang, Chiang Mai, THAILAND 50200 Tel & Fax: +66 53 814 622 Mobile: +66 86 195 6677 E-Mail: info@nokhookdesign.com

     ตุลานี้ติดตามโปรเจ็กต์ใหม่ Jelly project  : Juxtaposed Exhibition by Locomotive Local Youngsters งานที่ ศิลปะ กราฟิก การ์ตูน ของเล่น กระดาษ เพ้นท์ เพลง วัฒนธรรม งานจัดวาง สามารถมาแจมกันได้แบบจริงๆ รวมกันได้จริงๆ ไม่ต้องมีเส้นแบ่ง  โดยมีการออกแบบโลโก้ของงานเป็นเจลลี่สีม่วง หยุ่นๆ ยืดๆ ตามคอนเซ็ปต์ สิ่งที่ไม่น่ารวมกันได้ มารวมกันในงานนี้ และมันสามารถปรับเปลี่ยนตัวเองไปตามสถานทีต่างๆ ได้ที่ @ ChangSathit Artivation Center 23-31 ตุลา 52