English Thai
Untitled Document
 The rise of social media
ทำไมเขาคิดอย่างนั้นแต่ฉันคิดอย่างนี้ ??
(  2009-05-12  )

        ความเดิมมีอยู่ว่า วันหนึ่งในการประชุมโปรเจคใหม่ที่เพิ่งได้รับมานั้น ขณะที่พวกเรากำลังจะสรุปแบ่งงานกันนั้น ก็มีเพื่อนร่วมงานที่เป็นผู้หญิงพูดแทรกขึ้นมากลางที่ประชุมว่า “อ้าวเดี๋ยวสิ เรายังไม่ได้สรุปเรื่องนั้นเลยนี่นา” เพื่อนร่วมงานอื่นๆ (ที่เป็นผู้หญิง) ก็พยักหน้าแล้วก็ทำการประชุม เกี่ยวกับ ‘เรื่องนั้น’ โดยที่ยังไม่ทำการสรุป ‘เรื่องนี้’ ให้เรียบร้อย ผมซึ่งเป็นพนักงานผู้ชายส่วนน้อยก็ได้แต่ฮึดฮัดขัดใจ พร้อมกับไม่เข้าใจว่า ทำไมผู้หญิงถึงได้ชอบมีความคิดกระโดดไปมา โดยไม่ยอมทำอะไรให้เสร็จเป็นเรื่องๆ ไป แต่ใช่ว่าผมจะว่าแต่ผู้หญิงเพียงฝ่ายเดียวเท่านั้น บางครั้งผมก็สุดแสนจะทึ่งเมื่อพวกเธอ สามารถคิดหลายเรื่องในเวลาเดียวกัน เล่นเอาพวกเรางงตามแทบไม่ทันกันเลยทีเดียว

          มีหนังสืออยู่หลายเรื่องที่เคยเขียนเรื่องความแตกต่างระหว่างความคิดของผู้ชายและผู้หญิงเอาไว้ อย่างเช่น “ผู้ชายมาจากดาวอังคาร และผู้หญิงมาจากดาวศุกร์” ( Men are from Mars, Women are from Venus by  John Gray) ที่ได้สรุปเรื่องราวความแตกต่างทางทัศนคติของผู้ชายและผู้หญิงเพื่อที่ทั้งคู่จะได้เข้าใจกันมากขึ้นในด้านความรัก เพื่อสร้างความสัมพันธ์ขึ้นมาจากความเข้าใจซึ่งกันและกัน แต่นอกจากเรื่องความรักแล้ว การเข้าใจพฤติกรรม วิธีการคิด ความถนัด และการพัฒนาสมองของเด็กชายและหญิง ก็ยังเป็นประโยชน์ในด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการแพทย์ การให้การรักษา การวิเคราะห์ตลาด หรือการให้การศึกษา เป็นต้น

เราเรียนรู้ไม่เหมือนกัน


    ผมเคยได้ยินคำสนทนาของ “คนท้อง” คุยกันเล่นๆ ว่า
A: “คนนี้ผู้ชาย ผู้หญิงหล่ะ”
B: “ไม่รู้สิ อยากลุ้นตอนเกิดน่ะ”
A: “นั่นสิ ไม่ว่าผู้ชายหรือผู้หญิง เดี๋ยวโตมาเขาก็เลือกเพศของเขาเองอยู่ดีแหละ”
        ผม : “ …..”  (= _ = ;;)

          กลายเป็นว่าสมัยนี้อวัยวะสืบพันธุ์ไม่ใช่สิ่งเดียวที่บ่งถึงเพศของคนๆ นั้น แต่กลับเป็นสมอง ซึ่งเป็นอวัยวะในการกำหนดพฤติกรรม การเรียนรู้ และการแสดงออกของเขา สังเกตุได้ง่ายๆ จากของเล่นที่พวกเขาเลือก เด็กผู้หญิงเลือกที่จะเล่นตุ๊กตา ระบายสี อ่านนิทาน ในขณะที่เด็กผู้ชายนิยมเล่นเกม วิ่งไล่จับ หรือแม้แต่เกมสมมุติการต่อสู้ นั่นเพราะธรรมชาติได้กำหนดให้ผู้หญิงมีสำนึกในความเป็นแม่สูง ความรู้สึกที่ต้องการดูแลและปกป้องลูก พร้อมทั้งรู้จักชื่นชมกับสิ่งสวยงาม ตั้งแต่ยังจำความไม่ได้ ในขณะที่พื้นฐานจิตใจของเด็กผู้ชายมีความก้าวร้าว ต้องการต่อสู้ และรักการแข่งขัน แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่พวกเขาเติบโตมาด้วย

         นอกจากพฤติกรรมการแสดงออกแล้ว การเรียนรู้ของเด็กชายและหญิงยังแตกต่างกัน สมัยก่อนมีคำกล่าวว่า “ผู้หญิงเก่งภาษา ผู้ชายเก่งคำนวณ” ทำให้ผมแอบสงสัยในใจอยู่ลึกๆ ไม่ได้ว่าแล้วผู้หญิงที่เก่งคณิตหล่ะจะไม่มีเชียวหรือ ส่วนผู้ชายที่เก่งภาษาอย่างสุนทรภู่หล่ะ ถือว่าเป็นเรื่องแปลกหรือ? นับหลายสิบปีตั้งแต่เครื่องสแกนสมองได้ถือกำเนิดขึ้นมา นักวิทยาศาสตร์ นักจิตวิทยาได้พยายามศึกษาถึงความแตกต่างในสมองของทั้งหญิงและชาย ซึ่งผลปรากฎว่าสมองของผู้หญิงนั้นมีระบบประสาทที่เชื่อมต่อระหว่างสมองทั้งซีกซ้ายและขวาดีกว่าในผู้ชาย นอกจากนั้นยังใช้สมองหลายส่วนในการทำงานชิ้นเดียวกัน และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมพวกเธอจึงได้เชี่ยวชาญในการพูด การเขียน และสามารถจดจำหน้าของคนได้ไวกว่าเด็กผู้ชายในวัยเดียวกัน

       การรับรู้ทางสายตา หู ของเด็กชายและหญิงก็แตกต่างกัน “ผู้หญิงจะมองเห็นสี รายละเอียดที่ผู้ชายส่วนใหญ่มองไม่เห็น และได้ยินเสียงที่ผู้ชายส่วนใหญ่ไม่ได้ยิน พร้อมกับสัมผัสกลิ่นที่ผู้ชายไม่ได้กลิ่น” เลโอนาร์ด แซกส์ นักจิตวิทยาผู้เขียนหนังสือ “ Why Gender Matter” (ทำไมเพศจึงเป็นเรื่องสำคัญ) ได้กล่าวไว้ ในการทดลองพบว่าสมองของผู้หญิงจะมีเซลล์ประสาทที่สร้างขึ้นเพื่อเก็บข้อมูลของสีและรายละเอียดของวัตถุมากกว่าเด็กผู้ชาย นี่เป็นสาเหตุว่าทำไมเด็กหญิงแรกเกิดจึงชอบเล่นกับวัตถุที่มีส่วนประกอบที่ละเอียดอ่อน และมีสีสันอย่างเช่นตุ๊กตา ในขณะที่เด็กผู้ชายชอบของเล่นที่มีการเคลื่อนไหวอย่างรถ

       นอกจากนั้นแล้วการได้ยินของเด็กผู้หญิงจะดีกว่าเด็กผู้ชาย  และความแตกต่างนี้ก็มากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อโตขึ้น เพราะเหตุนี้หรือเปล่าทำให้ผู้หญิงมีสมาธิสั้นกว่าผู้ชาย เพราะเธอจะได้ยินเสียงโน่นนี่อยู่ตลอดเวลา สำหรับประสาทการรับกลิ่น โดยเฉพาะผู้หญิงที่กำลังท้องจะเพิ่มประสิทธิภาพมากกว่าเดิมหลายสิบเท่า การศึกษาของแซกส์ก็ไม่ได้ฟันธงไปว่า ผู้หญิงจะต้องดีกว่าผู้ชายเสมอไป ก็เหมือนกับผู้หญิงมองอะไรด้วยแว่นขยาย ในขณะที่ผู้ชายมองด้วยเลนส์วาย ซึ่งไม่ว่าคุณหรือผมก็ไม่สามารถตัดสินได้ว่าอะไรดีกว่ากัน แต่เราต้องการการมองและการรับรู้ทั้งสองแบบใช่ไหมครับ

        ปัจจุบันโรงเรียนสตรีล้วน หรือโรงเรียนชายล้วนเริ่มลดน้อยถอยลง ด้วยความคิดที่ว่า “การแยกเพศเรียนเป็นเรื่องที่ล้าหลัง” แต่จากการศึกษาของแซกส์พบว่าการให้เด็กชายและหญิงแยกห้องเรียนจะเกิดประสิทธิภาพมากกว่าเรียนรวม เพราะทักษะการเรียนรู้ของเด็กทั้งสองเพศนั้นแตกต่างกัน นอกจากนั้นการที่เด็กผู้ชายไม่ค่อยตั้งใจในห้องเรียนนั่นเพราะพวกเขาไม่ค่อยได้ยินเสียงดังนั้น ทางที่ดีโรงเรียนควรพยายามให้เด็กผู้ชายนั่งด้านหน้าแทนที่จะเป็นเด็กผู้หญิง ทั้งๆ ที่ประสาทการรับรู้ดีกว่า ใช้สมองมากกวา แต่อะไรที่ทำให้ผู้ชายมีความสามารถทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ หรือการวิเคราะห์แก้ปัญหามากกว่าเด็กผู้หญิง สำหรับผมแล้วคำตอบก็คือ “ความพยายามจะเอาชนะ” ครับ เด็กผู้หญิงเมื่อพบกับปัญหาหรืออุปสรรค พวกเธอเลือกที่จะร้องไห้และหนีจากปัญหา ในขณะที่เด็กผู้ชายเลือกที่จะโกรธและต่อสู้เพื่อที่จะเอาชนะ

สมองของเราไม่เหมือนกัน

    เมื่อเราโตขึ้น การศึกษาหรือคุณวุฒิก็เป็นใบเบิกทางในโลกของการทำงาน นอกจากนั้นความฉลาด และความสามารถในการจัดการปัญหาต่างๆ ก็เป็นบันไดในการไต่เต้าไปสู่ความสำเร็จ ถ้าอ้างอิงจากการศึกษาของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดที่พบว่าสมองส่วนที่ทำหน้าที่ทางด้าน “การแก้ปัญหา” “การตัดสินใจ” รวมไปถึงส่วนที่มีหน้าที่ควบคุมอารมณ์ของผู้ชายจะใหญ่กว่าผู้หญิง นอกจากนั้นแล้วสมองในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ การรับรู้ถึงทิศทาง และการควบคุมพฤติกรรมทางเพศและสังคม ก็ใหญ่กว่าด้วย แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นตัวตัดสินว่าผู้ชายจะฉลาดกว่าผู้หญิง หรือประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานเสมอไป (ผมไม่ได้พูดเอาใจนะครับ นี่เรื่องจริง) เพราะอย่างที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นแล้วว่าสมองของผู้หญิงทำงานเร็วกว่าผู้ชาย และใช้สมองหลายส่วนกว่า ในขณะที่ผู้ชายใช้สมองด้านซ้ายเพียงด้านเดียวในการทำงาน

    สมองของผู้ชายทำงานด้วยสมองส่วนที่เรียกว่า “Grey Matter” หรือสมองส่วนสีเทา และผู้หญิงทำงานด้วยสมองส่วนที่เรียกว่า “White Matter” หรือสมองส่วนสีขาว ซึ่งส่วนสีเทาจะเป็นบริเวณที่เป็นศูนย์กลางทำงานเกี่ยวกับข้อมูล คล้ายๆ กับ CPU ส่วนสีขาวนี่เป็นตัวที่ทำงานเชื่อมต่อศูนย์การทำงานเหมือนกับเน็ตเวิร์คของร่างกาย นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมผู้ชายทำงานมีประสิทธิภาพมากกว่า (Efficiency) แต่ผู้หญิงมีความสามารถในด้าน Multitasking หรือการทำงานพร้อมกันหลายๆ อย่าง
   
แต่เราสามารถช่วยซึ่งกันและกันได้

    “ผู้หญิงเป็นอาร์ตตัวแม่”เป็นคำพูดของโน้ต อุดม ในเดี่ยว 7 หรือจะ 7.5 ซึ่งโดยส่วนใหญ่ของจะขยายความว่าจิตใจผู้หญิงนั้นยากแท้หยั่งถึง แต่พี่ครับอย่าลืมว่าสำหรับผู้หญิงพวกเราผู้ชายก็เป็นอาร์ตที่ยากจะเข้าใจเช่นกัน (ในสายตาของพวกผู้หญิง)

    เพราะในขณะที่ในหัวของเธอมีแต่คำว่า S-A-L-E หรือ S-H-O-P พวกผู้ชายก็มีแต่ S-E-X ใช่ไหมครับ เคยมีคนพูดกันเล่นๆ ว่าเรื่องเซ็กซ์ สำหรับผู้ชายแล้วก็คงเป็นเหมือนข้าวมื้อหลัก แต่สำหรับผู้หญิงแล้วมันเป็นเพียงของหวานเท่านั้นเอง สำหรับพวกเธอ การได้เดินดูของสวยๆ งามๆ หรือแม้แต่การซื้อหาสิ่งของก็เป็นสิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกมีความสุขแล้ว

    แต่จะด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตามแต่ ธรรมชาติก็สร้างสรรค์ให้เราทุกคนให้มีความแตกต่างไม่ว่าจะเป็นร่างกาย ความคิด พฤติกรรม เพื่อมาเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปของกันและกันใช่ไหมครับ เธอคิดอย่างนั้น ผมคิดอย่างนี้ เขาคิดอย่างโน้น หลายความคิด หลายความเห็น

เบรนสตรอมแล้วเราก็มารอมชอมกันดีกว่าครับ เพื่อหาหนทางที่ดี ที่เป็นประโยชน์สูงสุด WIN-WIN ครับ